Warning: Declaration of shailan_PageWalker::start_lvl(&$output, $depth) should be compatible with Walker::start_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 33

Warning: Declaration of shailan_PageWalker::end_lvl(&$output, $depth) should be compatible with Walker::end_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 45

Warning: Declaration of shailan_PageWalker::start_el(&$output, $page, $depth, $args = Array, $current_page = NULL) should be compatible with Walker::start_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array, $current_object_id = 0) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 59

Warning: Declaration of shailan_PageWalker::end_el(&$output, $page, $depth) should be compatible with Walker::end_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 108

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::start_lvl(&$output, $depth, $args) should be compatible with Walker::start_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 34

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::end_lvl(&$output, $depth, $args) should be compatible with Walker::end_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 50

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::start_el(&$output, $category, $depth, $args) should be compatible with Walker::start_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array, $current_object_id = 0) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 67

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::end_el(&$output, $page, $depth, $args) should be compatible with Walker::end_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 147
โครงการที่3 | Sichang Projects Site

โครงการที่3 ( sichang posted on มีนาคม 22nd, 2014 )

หัวหน้าโครงการ: รศ.ดร.อัจฉราภรณ์ เปี่ยมสมบูรณ์
ผู้ร่วมวิจัย: นายสมภพ รุ่งสุภา และ นายวิชญา กันบัว
ที่ปรึกษาโครงการ: รศ.ดร.กัลยา วัฒยากร

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. ศึกษาปริมาณของรงควัตถุจากแพลงก์ตอนพืชในมวลน้ำและในดินตะตกอนชั้นผิว
2. ศึกษาอิทธิพลของสภาวะสารอาหารปริมาณสูงต่อปริมาณรงควัตถุในมวลน้ำและในดินตะตอน
3. ศึกษาชนิดของแพลงก์ตอนพืชที่เป็นสาเหตุของน้ำทะเลเปลี่ยนสีในบริเวณชายฝั่งศรีราชา-สีชัง

 

รงควัตถุจากแพลงก์ตอนพืชที่สะสมในน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งศรีราชา-สีชัง ในระหว่างเดือนตุลาคม 2551 ถึงเดือนพฤษภาคม 2553 มีทั้งสิ้น 9 ชนิด เป็นรงควัตถุในกลุ่มของคลอโรฟิลล์ 5 ชนิด  คือ chlorophyll a, chlorophyll b, chlorophyll c, chlorophyll c-like และ chlorophyll a allomer และกลุ่มคาโรทีนอยด์ 4 ชนิด คือ  diadinoxanthin, diatoxanthin, fucoxanthin และb-carotene  รงควัตถุชนิด chlorophyll a ที่พบในปริมาณสูงกว่ารงควัตถุชนิดอื่น ๆ นั้นเป็นรงควัตถุหลักพบในแพลงก์ตอนพืช สาหร่ายและพืชชั้นสูงทุกชนิดจึงไม่สามารถใช้เป็นดัชนีของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ แต่ปริมาณของ chlorophyll a ถูกใช้เป็นดัชนีของมวลชีวภาพของแพลงก์ตอนพืชและความอุดมสมบูรณ์ของผู้ผลิตขั้นต้นในสายใยอาหารทางทะเล ปริมาณของ chlorophyll a จากการศึกษาการเรืองแสงของ chlorophyll a  ที่สกัดจากแพลงก์ตอนพืชมีค่าต่ำกว่า 10.000 µg/L ในเดือนตุลาคมและธันวาคม 2551 และเดือนมีนาคมและเดือนพฤษภาคม 2552 ยกเว้นในช่วงเวลาที่มีการเพิ่มจำนวนของ Noctiluca scintillans ซึ่งส่งผลให้ปริมาณ chlorophyll a มีค่าสูงกว่า 20.000 µg/L  แสดงว่าบริเวณชายฝั่งศรีราชา-สีชังมีสภาพความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง(mesotrophic environment) นอกจากนี้การกระจายของ chlorophyll a ในบริเวณศึกษาบ่งชี้ว่าบริเวณชายฝั่งบางพระ อ่าวอุดม และแหลมฉบัง เป็นบริเวณที่มีความเข้มข้นของ chlorophyll a สูงกว่าบริเวณห่างฝั่งหรือรอบๆเกาะสีชัง ชุมชนแพลงก์ตอนพืชในบริเวณศึกษาประกอบด้วยแพลงก์ตอนพืชขนาดใหญ่หรือแพลงก์ตอนพืชขนาดไมโครแพลงก์ตอนเป็นกลุ่มเด่น เนื่องจากมีปริมาณของ chlorophyll a  สูงกว่าแพลงก์ตอนพืชอีกสองกลุ่มขนาด คือ นาโนแพลงก์ตอนและพิโคแพลงก์ตอน สอดคล้องกับการพบไดอะตอมเป็นแพลงก์ตอนพืชกลุ่มเด่นมีความหลากหลายและความชุกชุมสูงโดยเฉพาะไดอะตอมสกุล Thalassiosira สกุล Chaetoceros และสกุล Pseudo-nitzschiaรวมทั้งแพลงก์ตอนพืชขนาดไมโครแพลงก์ตอนกลุ่มอื่น ๆ ที่พบหนาแน่นรองลงมา คือไซยาโนแบคทีเรียสกุล Oscillatoria ไดโนแฟลกเจลเลต สกุล Ceratium สาหร่ายสีเขียวและซิลิโคแฟลกเจลเลต ยกเว้นในเดือนมีนาคม 2552 ที่พบว่าปริมาณ chlorophyll a จากแพลงก์ตอนพืชขนาดนาโนแพลงก์ตอนในบริเวณชายฝั่งแหลมฉบังมีค่าสูงกว่าแพลงก์ตอนพืชอีกสองขนาดการศึกษาปริมาณรงควัตถุด้วยวิธีการทางโครมาโทรกราฟฟีแสดงว่านอกจาก chlorophyll a   แล้วรงควัตถุที่พบจากบริเวณชายฝั่งศรีราชา-สีชังที่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ(biomarker) ของแพลงก์ตอนพืช คือ fucoxanthin และ chlorophyll b ทั้งนี้รงควัตถุชนิด  fucoxanthin นั้นเป็นตัวบ่งชี้ของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอมกลุ่มแฮบโตไฟต์ (Haptophytes หรือ Prymnesiophytes) และกลุ่มสาหร่ายสีน้ำตาลแกมทอง (Chrysophytes) สอดคล้องกับการพบไดอะตอมเป็นกลุ่มเด่นในชุมชนแพลงก์ตอนพืชขนาดไมโครแพลงก์ตอนในช่วงเวลาที่ศึกษา ในขณะที่รงควัตถุชนิด  chlorophyll b ที่พบเป็นตัวบ่งชี้ของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มสาหร่ายสีเขียว (Chlorophytes) กลุ่มยูกลีนอยด์ (Euglenophytes) และกลุ่ม Prasinophytes  ปริมาณรงควัตถุทั้งสองชนิดมีค่าสูงในตัวอย่างของแพลงก์ตอนพืชขนาดนาโนแพลงก์ตอนและพิโคแพลงก์ตอน  ปริมาณของรงควัตถุทุกชนิดที่พบในน้ำทะเลมีการกระจายในบริเวณใกล้ฝั่งตั้งแต่ชายฝั่งทะเลบางพระ-อ่าวอุดม-แหลมฉบังมากกว่าบริเวณร่องน้ำระหว่างชายฝั่งกับเกาะสีชังและบริเวณทะเลด้านตะวันตกของเกาะสีชัง สอดคล้องกับปริมาณของ chlorophyll a ที่วิเคราะห์ด้วยเทคนิคทาง fluorometry  ปริมาณของรงควัตถุหลายชนิดที่พบในบริเวณชายฝั่งศรีราชา-สีชังมีความสัมพันธ์กับปริมาณสารอาหารอนินทรีย์ไนโตรเจนในรูปของแอมโมเนียและสารอาหารอนินทรีย์ฟอสฟอรัสในรูปของฟอสเฟตแต่ไม่แสดงความสัมพันธ์อย่างเด่นชัดกับความหนาแน่นของแพลงก์ตอนพืช ส่วนการศึกษาปริมาณของรงควัตถุในตะกอนดินนั้นพบเพียงลักษณะของสารประกอบเชิงซ้อนหรือสารสีที่ไม่สามารถแบ่งแยกรูปแบบที่ซับซ้อนได้ (unresolved complex mixture, UCM)    ที่ยังไม่สามารถจำแนกชนิดของรงควัตถุซึ่งอาจเป็นผลมาจากการรบกวนของสารอินทรีย์ที่สะสมในดินตะกอนของอ่าวไทยตอนบน ดังนั้นการใช้ปริมาณรงควัตถุในดินตะกอนเพื่อเป็นดัชนีของปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีที่เกิดขึ้นในอดีตจึงต้องมีการวิจัยและพัฒนาในเรื่องของวิธีการวิเคราะห์ปริมาณรงควัตถุในดินตะกอนต่อไป  ในขณะที่การใช้ปริมาณรงควัตถุในน้ำทะเลเพื่อดัชนีของชุมชนแพลงก์ตอนพืชและการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีเป็นวิธีการที่มีศักยภาพสูงกว่าในปัจจุบัน

top
Free Web Hosting