โครงการ
” การจำลองทิศทางการไหลของคราบน้ำมันหกด้วยแผ่นโพลีเอทีลีน”
|
หัวหน้าโครงการ: ผศ.ดร. ปราโมทย์ โศจิศุภร
ผลการศึกษา ผลการศึกษาพบว่าแผ่นพลาสติกโพลีเอทีลีนจมน้ำภายใต้แรงกระทำของคลื่น จึงต้องใช้แผ่นพลาสติกโพลีโพรพีลีนแทน โดยแผ่นพลาสติโพลีโพรพีลีนเคลื่อนตัวไปพร้อมกับคราบน้ำมันหกที่ผิวน้ำ แผ่นพลาสติกจะเคลื่อนตัวตามน้ำขึ้นน้ำลงเป็นหลักและเคลื่อนตัวตามลมพัดพาด้วย ความเร็วเฉลี่ยในการในการเคลื่อนตัวเนื่องจากลมพัดพาคิดเป็น 1.88 เปอร์เซ็นต์ การเคลื่อนตัวเฉลี่ยของแผ่นพลาสติกเบี่ยงไปทางซ้ายมือของทิศทางลมเฉลี่ย 17 องศา และแผ่นพลาสติกเคลื่อนตัวพร้อมไปกับคราบน้ำมันหกที่ผิวน้ำทะเลจึงเป็นตัวแทนของคราบน้ำมันหกได้ ผลการสำรวจทางสมุทรศาสตร์พบว่าลักษณะน้ำขึ้นน้ำลงเป็นแบบน้ำผสมที่มีเรนจ์น้ำ 1.5 – 3 เมตร กระแสน้ำเนื่องจากน้ำขึ้นน้ำลงมีขนาดความเร็วสูงสุดประมาณ 0.5 เมตรต่อวินาที ทิศทางของกระแสน้ำขนานกับร่องน้ำในแนวเหนือ-ใต้ ความเร็วกระแสน้ำค่อนข้างคงที่ตลอดความลึกน้ำ ความเค็ม อุณหภูมิน้ำ และปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและชนิดของมวลน้ำ โดยอุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ความเค็ม 29.47-33.84 psu ค่าเฉลี่ย 32.78 psu พิสัยอุณหภูมิน้ำทะเล 24.18 – 31.23 องศาเซลเซียส ค่าเฉลี่ย 27.82 องศาเซลเซียส พิสัยของออกซิเจนละลายน้ำ 3.37 – 8.72 มก./ล. ค่าเฉลี่ย 6.24 มก./ล. ความเป็นกรด-ด่างของน้ำทะเลไม่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลโดยมีพิสัย 7.6-8.39 ค่าเฉลี่ย 8.13 ผลการใช้งานแบบจำลองเชิงตัวเลข POM ปรากฏว่าแบบจำลองสามารถจำลองการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมันหกจากเรือริวโฮมารู เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2548 ได้ใกล้เคียงผลจากการสำรวจและผลจากแบบจำลองของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อจำลองหากเกิดเหตุการณ์น้ำมันหกเกิดชี้นในบริเวณศึกษาตามฤดูกาลพบว่าคราบน้ำมันจะเคลื่อนเข้าหาชายฝั่งทะเลศรีราชาในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และเคลื่อนออกสู่กลางอ่าวไทยในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าคราบน้ำมันหกที่ผิวน้ำเคลื่อนตัวตามกระแสน้ำเป็นหลัก แต่การเคลื่อนตัวสุทธิจะขึ้นกับความเร็วและทิศทางของกระแสลม หากเกิดเหตุการณ์น้ำมันหกในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้คราบน้ำมันมีโอกาสที่จะเคลื่อนตัวเข้าชายฝั่งศรีราชา ส่งผลเสียต่อการเพาะเลี้ยงชายฝั่งได้ จึงควรมีการเฝ้าระวังปัญหาน้ำมันหกเป็นพิเศษในช่วงฤดูกาลนี้ ผลการสำรวจทางสมุทรศาสตร์ฟิสิกส์และรูปแบบการไหลเวียนของกระแสน้ำจากแบบจำลองเชิงตัวเลขแสดงให้เห็นว่ามีการเคลื่อนตัวของมวลน้ำต่างชนิดกันเข้ามาพื้นที่ศึกษา โดยมวลน้ำทะเลจากอ่าวไทยตอนล่างเคลื่อนตัวเข้ามาบริเวณอ่าวศรีราชาในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมวลน้ำนี้มีความเค็มสูง อุณหภูมิต่ำ ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำสูง น้ำค่อนข้างใส และมวลน้ำก้นอ่าวไทยตอนบนเคลื่อนตัวเข้ามาในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งมวลน้ำนี้มีความเค็มต่ำกว่าน้ำทะเลบริเวณสีชัง อุณหภูมิปานกลาง ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำลดลง น้ำค่อนข้างขุ่น ซึ่งอาจจะมีผลต่อชนิดของสัตว์น้ำที่ชาวประมงจับได้ในแต่ละฤดูกาลด้วย ซึ่งน่าจะได้ศึกษาความสัมพันธ์ของสภาพมวลน้ำต่อระบบนิเวศและสัตว์น้ำที่จับได้เป็นลำดับต่อไป
|

