Warning: Declaration of shailan_PageWalker::start_lvl(&$output, $depth) should be compatible with Walker::start_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 33

Warning: Declaration of shailan_PageWalker::end_lvl(&$output, $depth) should be compatible with Walker::end_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 45

Warning: Declaration of shailan_PageWalker::start_el(&$output, $page, $depth, $args = Array, $current_page = NULL) should be compatible with Walker::start_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array, $current_object_id = 0) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 59

Warning: Declaration of shailan_PageWalker::end_el(&$output, $page, $depth) should be compatible with Walker::end_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 108

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::start_lvl(&$output, $depth, $args) should be compatible with Walker::start_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 34

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::end_lvl(&$output, $depth, $args) should be compatible with Walker::end_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 50

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::start_el(&$output, $category, $depth, $args) should be compatible with Walker::start_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array, $current_object_id = 0) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 67

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::end_el(&$output, $page, $depth, $args) should be compatible with Walker::end_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 147
โครงการที่ 1 | Sichang Projects Site

โครงการที่ 1 ( sichang posted on มีนาคม 22nd, 2014 )

โครงการ
“การปนเปื้อนและผลกระทบของน้ำมันและมลสารอินทรีย์ต่อสภาวะแวดล้อมบริเวณเกาะสีชัง”

หัวหน้าโครงการ: รศ.ดร.กัลยา วัฒยากร
ผู้ร่วมวิจัย: นายสมภพ รุ่งสุภา

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. ศึกษาปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเล ตะกอนดิน และ สัตว์เศรษฐกิจบริเวณเกาะสีชัง-ศรีราชา และการแพร่กระจาย ที่สัมพันธ์กับแหล่งกำเนิด
2. ศึกษาปริมาณอินทรีย์สารในน้ำทะเลและตะกอนดิน การแพร่กระจายและสถานภาพปัจจุบัน
3. ศึกษาความเป็นพิษของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนต่อสัตว์ทะเลบางชนิด
4. ศึกษาผลของดีบุกอินทรีย์ต่อการเกิด imposex ของหอยฝาเดียวชนิดต่างๆ


ผลการศึกษา

:  ผลการศึกษาการปนเปื้อนของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเล ตะกอนดิน และหอยแมลงภู่ Perna viridis บริเวณเกาะสีชัง-ศรีราชา จังหวัดชลบุรีในช่วงเดือนตุลาคม 2551- พฤษภาคม 2552 ด้วยเทคนิค Fluorescence Spectroscopy พบว่าปิโตรเลียไฮโดรคาร์บอนในน้ำทะเลชายฝั่งมีค่าอยู่ในช่วง 0.05 – 12.55ไมโครกรัม/ลิตร(chrysene equivalent) โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.68±0.43,  0.89±1.26, 0.79±1.56 และ 1.44±2.50 ไมโครกรัม/ลิตรในเดือนตุลาคม 2551 ธันวาคม 2551 มีนาคม 2552 และพฤษภาคม 2552 ตามลำดับ ค่าสูงมากสองค่าพบที่ท่าเรือสวนสาธารณะศรีราชา (9.05 ไมโครกรัม/ลิตรในเดือนมีนาคม2552) และที่ท่าเรืออ่าวอุดม (12.55 ไมโครกรัม/ลิตรในเดือนพฤษภาคม 2552) ซึ่งเป็นค่าที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งเพื่อการอุตสาหกรรม ท่าเรือและชุมชน (5ไมโครกรัม/ลิตร) สำหรับปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนที่สะสมในตะกอนดินมีค่าอยู่ในช่วง 1.1 – 153.4 ไมโครกรัมต่อกรัม(น้ำหนักแห้ง) โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 32.4±35.5 และ 27.0±23.4 ไมโครกรัมต่อกรัมในเดือนธันวาคม 2551 และ มีนาคม 2552 ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยของปริมาณสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในตะกอนผิวหน้าบริเวณชายฝั่งทะเล (41.1ไมโครกรัมต่อกรัม) มีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของปริมาณสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในตะกอนบริเวณตอนกลางร่องน้ำของพื้นที่ระหว่างศรีราชา-เกาะสีชัง (23.2 ไมโครกรัมต่อกรัม) การสะสมของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในหอยแมลงภู่พบว่าหอยแมลงภู่จากแหล่งเลี้ยงหอยศรีราชามีปริมาณการสะสมสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนโดยเฉลี่ย 43.7±55.5 ไมโครกรัมต่อกรัม(น้ำหนักเปียก) ซึ่งสูงกว่าปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในหอยแมลงภู่จากเกาะสีชังซึ่งมีค่าเฉลี่ย 23.1±17.2 ไมโครกรัมต่อกรัม ค่า Bioconcentration Factor (BCF) ของหอยแมลงภู่ที่ศรีราชาอยู่ในช่วง 1.73×10– 3.46×105 (เฉลี่ย 3.07×104) สูงกว่า BCF ของหอยแมลงภู่ที่เกาะสีชังซึ่งอยู่ในช่วง 1.21×10– 2.97×105(เฉลี่ย 2.77×104) เล็กน้อย

ผลการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของน้ำมันดีเซล(ส่วนที่ละลายน้ำ)ต่อลูกปลากะพงขาวและลูกกุ้งกุลาดำ พบว่าเมื่อระดับความเข้มข้นของน้ำมันสูงขึ้นอัตราการตายสะสมของลูกปลากะพงขาวและลูกกุ้งกุลาดำจะมีมากขึ้นเช่นเดียวกันในทุกชุดการทดลอง น้ำมันดีเซลที่ทำให้ลูกปลากะพงขาวตายร้อยละ 50 (LC50) ที่เวลา 24, 48, 72 และ 96ชั่วโมง มีค่าเท่ากับ 230.9, 199.1, 168.1 และ 147.4 มิลลิกรัมต่อลิตรตามลำดับ สำหรับกรณีของลูกกุ้งกุลาดำพบว่า LC50 มีค่า 14.0, 10.4, 9.4 และ 8.7 มิลลิกรัมต่อลิตรที่ระยะเวลา 24, 48, 72 และ 96 ชั่วโมงตามลำดับ ในกรณีของสารประกอบดีบุกอินทรีย์ในรูป bis(tri-n-butyltin)oxide (TBTO)พบค่า LC50 ที่ระยะเวลา 24, 48, 72 และ 96 ชั่วโมงสำหรับลูกปลากะพงขาวมีค่าเท่ากับ 13.3, 9.1, 8.5 และ 8.4 ไมโครกรัมต่อลิตร ส่วนลูกกุ้งกุลาดำพบค่า LC50 เท่ากับ  2.52,  1.37, 1.33 และ 1.32 ไมโครกรัมต่อลิตรตามลำดับ  ค่า LC50 จากการศึกษาสูงกว่าค่าความเข้มข้นของสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนและสารTBTในน้ำทะเลที่ตรวจพบในพื้นที่การศึกษาเป็นพันเท่า  จึงไม่เห็นการตายของสัตว์ทะเลวัยอ่อนเนื่องจากพิษเฉียบพลันของมลสารทั้งสองชนิดใบริเวณศึกษา  แต่ผลกระทบจากความเป็นพิษเรื้อรังของน้ำมันและTBT ในพื้นที่ศึกษายังเป็นปัญหาที่ควรได้รับความสนใจศึกษาต่อไป

การทดสอบผลของผงแป้งมันสำปะหลังที่ละลายในน้ำทะเลต่อการเจริญของแพลงก์ตอนพืชจากบริเวณพื้นที่ศึกษา พบว่ากลุ่มไดอะตอมสกุล Chaetoceros spp. สามารถเพิ่มจำนวนได้ดีที่สุดในช่วงความเข้มข้นของสารละลายมันสำปะหลังในช่วง 2-8 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยพบการเพิ่มจำนวนของ Chaetoceros spp.ในชุดความเข้มข้น 4 มิลลิกรัมต่อลิตร มีความหนาแน่นสูงกว่าในชุดควบคุมเกือบเท่าตัวภายในระยะเวลา 2 วัน แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของการขนถ่ายแป้งมันสำปะหลังต่อประชากรแพลงก์ตอนพืชในระบบนิเวศทางทะเล และอาจส่งผลกระทบต่อไปถึงทรัพยากรประมงในบริเวณหมู่เกาะสีชังได้ ควรต้องมีการศึกษาถึงผลกระทบดังกล่าวในระยะต่อไป

การศึกษาการเกิด imposex ในหอยสังข์จุกพราหม์ Cymbiola nobilis จากชายฝั่งบริเวณรอบๆเกาะสีชัง พบหอยสังข์จุกพราหม์ประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพศผู้  มีสัดส่วนของหอยเพศเมียต่ำมาก และพบหอยเพศเมียมีอวัยวะเพศผู้เทียม  แสดงให้เห็นถึงปัญหาของการปนเปื้อนของสารไตรบิวทิลทิน (TBT)ในบริเวณศึกษาที่ยังคงมีอยู่ ถึงแม้ว่าการพบอวัยวะเพศผู้เทียมในหอยสังข์จุกพราหม์ เพศเมียอาจไม่ใช่ผลที่เกิดเนื่องจากการกระตุ้นของ TBTโดยตรงเพียงอย่างเดียวก็ตาม  และควรมีการศึกษาเปรียบเทียบเพิ่มเติมถึงการเกิด imposex ในหอยชนิดอื่นๆระหว่างพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของสาร TBT มาก และบริเวณที่ไม่มีการปนเปื้อนหรือปนเปื้อนน้อยมากด้วย

 

top
Free Web Hosting