โครงการ
“ความหลากหลายของจุลินทรีย์ไลโปไลติกบนเกาะสีชัง”
|
หัวหน้าโครงการ: รศ.ดร.วรวุฒิ จุฬาลักษณานุกูล
ผลของการศึกษา: การคัดเลือกเชื้อจุลินทรีย์ที่มีความสามารถผลิตเอนไซม์ไลเพสเพื่อย่อยสลายน้ำมันและไขมันจากบริเวณต่างๆของเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ได้แก่ ท่าบน ท่าล่าง ท่าเรือประมงและอู่ต่อเรือ จำนวนทั้งสิ้น 21 ตัวอย่าง โดยวิธีการเพิ่มจำนวน (Enrichment culture technique) สามารถคัดแยกจุลินทรีย์ที่สามารถผลิตเอนไซม์ไลเพสได้ทั้งสิ้น 80 ไอโซเลต ซึ่งแบ่งตามกลุ่มของจุลินทรีย์ได้ดังนี้ แบคทีเรีย 34 ไอโซเลต ยีสต์ 17 ไอโซเลต และรา 29 ไอโซเลต หลังจากนั้นนำจุลินทรีย์ที่คัดเลือกได้ทั้งหมดมาทดสอบความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาไลเพสพบว่า แบคทีเรียชนิดStenotrophomonas maltophilia SRB19-5 มีแอคทีวิตีสูงสุดเท่ากับ 0.255+0.019 ยูนิตต่อมิลลิลิตร ยีสต์ไอโซเลต SRY14-3 (Unidentified yeast) มีแอคทีวิตีสูงสุดเท่ากับ 2.304+0.104 ยูนิตต่อมิลลิลิตร และ รา Aspergillus flavus SRM21-4 มีแอคทีวิตีสูงสุดเท่ากับ 0.950+0.125 ยูนิตต่อมิลลิลิตร นอกจากนั้นเมื่อทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเจริญและการปลดปล่อยเอนไซม์ไลเพสของจุลินทรีย์พบว่า แบคทีเรียและยีสต์มีการเจริญและสามารถปลดปล่อยเอนไซม์ไลเพสออกมาในชั่วโมงที่ 6-7 และปลดปล่อยเอนไซม์ไลเพสออกมาได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่วนรามีการเจริญและปลดปล่อยเอนไซม์ไลเพสออกมาได้ช้ากว่าแบคทีเรียและยีสต์ โดยสามารถปลดปล่อยเอนไซม์ไลเพสออกมาได้เป็นสองช่วงคือ ในชั่วโมงที่ 24 และชั่วโมงที่ 48 สำหรับการศึกษาผลของความเค็มต่อการปลดปล่อยเอนไซม์ไลเพสของจุลินทรีย์ที่คัดเลือกได้พบว่า เชื้อรา Penicillium citrinum SRM 2-1 เป็นจุลินทรีย์ชนิดเดียวที่สามารถปลดปล่อยเอนไซม์ไลเพสออกมาได้ที่ระดับความเข้มข้นของโซเดียมคลอไรด์ 3 โมลาร์ และคงเหลือแอคทีวิตี 17.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ไลเพสพบว่า แบคทีเรียมีช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ไลเพสในช่วง 37–50 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิที่กว้างกว่าจุลินทรีย์กลุ่มยีสต์และรา แต่เมื่อศึกษาความคงตัวของเอนไซม์ไลเพสที่เวลา 30 นาทีพบว่า ยีสต์จะมีช่วงของอุณหภูมิที่ทำให้เอนไซม์ไลเพสคงตัวได้กว้างกว่าแบคทีเรียและรา คือ 50-70 องศาเซลเซียส |

