Warning: Declaration of shailan_PageWalker::start_lvl(&$output, $depth) should be compatible with Walker::start_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 33

Warning: Declaration of shailan_PageWalker::end_lvl(&$output, $depth) should be compatible with Walker::end_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 45

Warning: Declaration of shailan_PageWalker::start_el(&$output, $page, $depth, $args = Array, $current_page = NULL) should be compatible with Walker::start_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array, $current_object_id = 0) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 59

Warning: Declaration of shailan_PageWalker::end_el(&$output, $page, $depth) should be compatible with Walker::end_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-page-walker.php on line 108

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::start_lvl(&$output, $depth, $args) should be compatible with Walker::start_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 34

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::end_lvl(&$output, $depth, $args) should be compatible with Walker::end_lvl(&$output, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 50

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::start_el(&$output, $category, $depth, $args) should be compatible with Walker::start_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array, $current_object_id = 0) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 67

Warning: Declaration of shailan_CategoryWalker::end_el(&$output, $page, $depth, $args) should be compatible with Walker::end_el(&$output, $object, $depth = 0, $args = Array) in /home/vhosts/sichang.freevar.com/wp-content/plugins/dropdown-menu-widget/shailan-category-walker.php on line 147
โครงการที่ 4 | Sichang Projects Site

โครงการที่ 4 ( sichang posted on มีนาคม 22nd, 2014 )

โครงการ
“ปริมาณรังสีจากโพโลเนียม-210ในหอยแมลงภู่บริเวณชายฝั่งศรีราชา และบริเวณใกล้เคียงใน จ.ชลบุรี”

หัวหน้าโครงการ: ดร.ยุทธนา ตุ้มน้อย
ที่ปรึกษาโครงการ : นางสุชิน อุดมสมพร (สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ)

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 

1.เพื่อศึกษาถึงปริมาณกัมมันตภาพรังสีของโพโลเนียม-210ในน้ำทะเล สารแขวนลอยในน้ำทะเล และหอยแมลงภู่ใน อ.ศรีราชา และบริเวณใกล้เคียงใน จ.ชลบุรี สำหรับจัดทำเป็นฐานข้อมูลทางรังสีของประเทศไทย
2.เพื่อประเมินปริมาณรังสีที่หอยแมลงภู่ได้รับจากโพโลเนียม-210
3.เพื่อประเมินปริมาณรังสี (จากโพโลเนียม-210) ที่ประชาชนได้รับจากการบริโภคหอยแมลงภู่ใน อ.ศรีราชา และบริเวณใกล้เคียงใน จ.ชลบุรี

 

ความเป็นมา แหล่งที่มาของโพโลเนียม-210 ในระบบนิเวศน์ชายฝั่งเกิดมาจากการสลายตัวของยูเรเนียม-238 ที่อยู่ในดินหรือตะกอนชายฝั่ง โดยเมื่อยูเรเนียม-238 สลายตัวไปเรื่อยๆจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นเรดอน-222 (ในสถานะก๊าซ) ลอยตัวขึ้นไปในชั้นบรรยากาศแล้วสลายตัวต่อไปเป็นตะกั่ว-210 ตกลงสู่ผิวน้ำทะเลแล้วสลายตัวต่อจนกลายเป็นโพโลเนียม-210 นอกจากกระบวนการตามธรรมชาติแล้วในปัจจุบันยังพบว่าการดำเนินกิจกรรมของมนุษย์ สามารถส่งผลให้เกิดการสะสมโพโลเนียม-210 เพิ่มมากขึ้นในระบบนิเวศน์ทางทะเล กิจกรรมดังกล่าว ได้แก่
(1) การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเมื่อมีการเผาไหม้ของถ่านหินเกิดขึ้นจะมีขี้เถ้าหลุดออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งขี้เถ้าเหล่านี้จะประกอบไปด้วยนิวไคลด์หลายชนิด เช่น โพแทสเซียม-40 ยูเรเนียม-238 เรเดียม-226 ตะกั่ว-210 และโพโลเนียม-210 เป็นต้น โดยโพโลเนียม-210 จะพบในปริมาณที่มากที่สุด (UNSCEAR, 1988),
(2) อุตสาหกรรมน้ำมันและแก๊ส ซึ่งกากหรือของเสียที่ปล่อยออกมาจากอุตสาหกรรมดังกล่าวจะประกอบไปด้วย ตะกั่ว-210 ทอเรียม-232 ยูเรเนียม-238 และโพโลเนียม-210
(3) กากของเสียจากอุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยฟอสเฟต (Szymczak, 2008) เป็นต้น

จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่สูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรทางทะเลที่สมบูรณ์ โดยอาชีพหนึ่งที่สำคัญ คือ การเลี้ยงหอยแมลงภู่บริเวณชายฝั่งทะเล การพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง ในเขต อ.ศรีราชา เป็นเหตุให้มีอุตสาหกรรมปิโตรเลียม เช่น โรงกลั่นน้ำมัน คลังเก็บน้ำมันปิโตรเลียม และคลังเก็บก๊าซหุงต้ม เข้าไปดำเนินงานอยู่ใน อ.ศรีราชา ซึ่งอาจจะมีการปล่อยกากของเสียลงสู่ทะเล เป็นเหตุให้มีปริมาณโพโลเนียม-210 ในทะเลเพิ่มสูงขึ้นและหอยแมลงภู่ที่เลี้ยงในบริเวณ อ.ศรีราชา ก็มีโอกาสที่จะสะสมและรับปริมาณรังสีจากโพโลเนียม-210ในระดับที่สูงกว่าระดับปกติ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อหอยแมลงภู่ถ้าปริมาณรังสีที่ได้รับเกินกว่าปริมาณที่กำหนด คือ 10 mGy h-1 (CEC, 2005)

นอกจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมใน อ.ศรีราชา แล้ว การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะส่งผลให้ระดับของโพโลเนียม-210 ในระบบนิเวศน์ทางทะเลเพิ่มสูงขึ้น โดยขี้เถ้าที่ปล่อยออกมา จากโรงไฟฟ้ามีโอกาสที่จะถูกกระแสลมพัดพาไปตกสะสมในบริเวณทะเลของ อ.ศรีราชา เป็นเหตุให้หอยแมลงภู่ในบริเวณดังกล่าวมีโอกาสที่จะได้รับโพโลเนียม-210 เพิ่มสูงขึ้น และจากการที่หอยแมลงภู่เป็นอาหารทะเลที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ทั้งปรุงอาหารได้หลายอย่าง และสามารถแปรรูปเป็นอาหารสำเร็จรูปได้อีก ประชาชนผู้บริโภคหอยแมลงภู่จาก อ.ศรีราชา จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับปริมาณรังสีสูงตามไปด้วย โดยปริมาณรังสีที่ประชาชนทั่วไปสามารถได้รับโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางรังสี คือ 1 mSv y-1 (ICRP, 1991)

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นการตรวจวัดปริมาณกัมมันตภาพรังสีในระบบนิเวศทางทะเลและเป็นการประเมินปริมาณรังสีจากโพโลเนียม-210 ในหอยแมลงภู่ที่เลี้ยงใน อ.ศรีราชา และบริเวณใกล้เคียงใน จ.ชลบุรี เพื่อเป็นการเฝ้าระวังการสะสมปริมาณรังสีในหอยแมลงภู่ในบริเวณดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น กับประชาชนอันเนื่องมาจากการบริโภคหอยแมลงภู่ที่มีการสะสมปริมาณรังสีสูง

ผลของการศึกษา: ในการศึกษาครั้งนี้ได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำทะเล ตะกอนแขวนลอย และหอยแมลงภู่ (Perna viridis) จากบริเวณศรีราชา และอ่างศิลา (control site) จำนวน 4 ครั้ง ในระหว่างเดือนตุลาคม 2551- มิถุนายน 2552 เพื่อนำมาทำการวิเคราะห์ปริมาณกัมมันตภาพรังสีโพโลเนียม-210 ด้วยวิธีการทางเคมีรังสีและเครื่องวัดรังสีแอลฟาแบบแยกพลังงาน พบว่าปริมาณกัมมันตภาพรังสีโพโลเนียม-210 ในน้ำทะเลกรองจากศรีราชาอยู่ระหว่าง 0.10+0.01 – 0.38+0.07 mBq/l ในขณะที่น้ำทะเลจากอ่างศิลาอยู่ระหว่าง 0.19+0.06 – 1.02+0.09 mBq/l ในน้ำทะเลไม่กรองจากศรีราชาและอ่างศิลาอยู่ในช่วง 2.15+0.35 – 2.73+0.50 mBq/l และ 1.97+0.60 – 7.31+0.64 mBq/l ตามลำดับ ส่วนในตะกอนแขวนลอยพบว่าปริมาณกัมมันตภาพรังสีโพโลเนียม-210 ในตะกอนแขวนลอยจากบริเวณศรีราชาอยู่ระหว่าง 5.59+1.89 – 23.29+3.93 Bq/kg dw และที่บริเวณอ่างศิลาอยู่ระหว่าง46.00+4.39 – 147.10+9.84 Bq/kg dw สำหรับหอยแมลงภู่จากบริเวณศรีราชาและอ่างศิลามีการสะสมปริมาณกัมมันตภาพรังสีโพโลเนียม-210 อยู่ระหว่าง 15.69+2.27 – 56.97+9.91 Bq/kg dw และ 28.68+6.64 – 162.71+33.33 Bq/kg dw ตามลำดับ โดยปริมาณรังสีที่หอยแมลงภู่ได้รับจากโพโลเนียม-210 อยู่ระหว่าง 0.0003-0.0012 mGy/d สำหรับหอยแมลงภู่จากบริเวณศรีราชา และระหว่าง 0.0006-0.0033 mGy/d สำหรับหอยแมลงภู่จากบริเวณอ่างศิลา ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยทางรังสีที่สัตว์น้ำสามารถรับได้ที่ 10 mGy/d และ 10 mGy/h แสดงว่าหอยแมลงภู่จากทั้งสองบริเวณอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่มีความเสี่ยงจากผลกระทบทางรังสีอันเนื่องมาจากโพโลเนียม-210

นอกจากการประเมินผลกระทบทางรังสีที่อาจมีต่อหอยแมลงภู่แล้วยังได้ทำการประเมินปริมาณรังสีโพโลเนียม-210 สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณ จ.ชลบุรี พบว่าประชาชนได้รับปริมาณรังสีโพโลเนียม-210 ระหว่าง 7.24-75.77 mSv/y เมื่อรับประทานหอยแมลงภู่หลังจากการจับ 90 วัน และระหว่าง 12.07-126.28 mSv/y เมื่อรับประทานหอยแมลงภู่ทันทีหรือไม่กี่วันหลังจากการจับ โดยปริมาณรังสีโพโลเนียม-210 ที่ประชาชนได้รับจากการบริโภคหอยแมลงภู่จากทั้งสองแหล่งของ จ.ชลบุรี อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1 mSv/y ซึ่งเป็นเกณฑ์ความปลอดภัยทางรังสีของประชาชนทั่วไป ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการบริโภคหอยแมลงภู่จากบริเวณศรีราชาและอ่างศิลาจะไม่ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปได้รับปริมาณรังสีเกินกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยที่กำหนด

top
Free Web Hosting