|
หัวหน้าโครงการ: รศ.ดร.อัจฉราภรณ์ เปี่ยมสมบูรณ์
|
||
| รงควัตถุจากแพลงก์ตอนพืชที่สะสมในน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งศรีราชา-สีชัง ในระหว่างเดือนตุลาคม 2551 ถึงเดือนพฤษภาคม 2553 มีทั้งสิ้น 9 ชนิด เป็นรงควัตถุในกลุ่มของคลอโรฟิลล์ 5 ชนิด คือ chlorophyll a, chlorophyll b, chlorophyll c, chlorophyll c-like และ chlorophyll a allomer และกลุ่มคาโรทีนอยด์ 4 ชนิด คือ diadinoxanthin, diatoxanthin, fucoxanthin และb-carotene รงควัตถุชนิด chlorophyll a ที่พบในปริมาณสูงกว่ารงควัตถุชนิดอื่น ๆ นั้นเป็นรงควัตถุหลักพบในแพลงก์ตอนพืช สาหร่ายและพืชชั้นสูงทุกชนิดจึงไม่สามารถใช้เป็นดัชนีของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ แต่ปริมาณของ chlorophyll a ถูกใช้เป็นดัชนีของมวลชีวภาพของแพลงก์ตอนพืชและความอุดมสมบูรณ์ของผู้ผลิตขั้นต้นในสายใยอาหารทางทะเล ปริมาณของ chlorophyll a จากการศึกษาการเรืองแสงของ chlorophyll a ที่สกัดจากแพลงก์ตอนพืชมีค่าต่ำกว่า 10.000 µg/L ในเดือนตุลาคมและธันวาคม 2551 และเดือนมีนาคมและเดือนพฤษภาคม 2552 ยกเว้นในช่วงเวลาที่มีการเพิ่มจำนวนของ Noctiluca scintillans ซึ่งส่งผลให้ปริมาณ chlorophyll a มีค่าสูงกว่า 20.000 µg/L แสดงว่าบริเวณชายฝั่งศรีราชา-สีชังมีสภาพความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง(mesotrophic environment) นอกจากนี้การกระจายของ chlorophyll a ในบริเวณศึกษาบ่งชี้ว่าบริเวณชายฝั่งบางพระ อ่าวอุดม และแหลมฉบัง เป็นบริเวณที่มีความเข้มข้นของ chlorophyll a สูงกว่าบริเวณห่างฝั่งหรือรอบๆเกาะสีชัง ชุมชนแพลงก์ตอนพืชในบริเวณศึกษาประกอบด้วยแพลงก์ตอนพืชขนาดใหญ่หรือแพลงก์ตอนพืชขนาดไมโครแพลงก์ตอนเป็นกลุ่มเด่น เนื่องจากมีปริมาณของ chlorophyll a สูงกว่าแพลงก์ตอนพืชอีกสองกลุ่มขนาด คือ นาโนแพลงก์ตอนและพิโคแพลงก์ตอน สอดคล้องกับการพบไดอะตอมเป็นแพลงก์ตอนพืชกลุ่มเด่นมีความหลากหลายและความชุกชุมสูงโดยเฉพาะไดอะตอมสกุล Thalassiosira สกุล Chaetoceros และสกุล Pseudo-nitzschiaรวมทั้งแพลงก์ตอนพืชขนาดไมโครแพลงก์ตอนกลุ่มอื่น ๆ ที่พบหนาแน่นรองลงมา คือไซยาโนแบคทีเรียสกุล Oscillatoria ไดโนแฟลกเจลเลต สกุล Ceratium สาหร่ายสีเขียวและซิลิโคแฟลกเจลเลต ยกเว้นในเดือนมีนาคม 2552 ที่พบว่าปริมาณ chlorophyll a จากแพลงก์ตอนพืชขนาดนาโนแพลงก์ตอนในบริเวณชายฝั่งแหลมฉบังมีค่าสูงกว่าแพลงก์ตอนพืชอีกสองขนาดการศึกษาปริมาณรงควัตถุด้วยวิธีการทางโครมาโทรกราฟฟีแสดงว่านอกจาก chlorophyll a แล้วรงควัตถุที่พบจากบริเวณชายฝั่งศรีราชา-สีชังที่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ(biomarker) ของแพลงก์ตอนพืช คือ fucoxanthin และ chlorophyll b ทั้งนี้รงควัตถุชนิด fucoxanthin นั้นเป็นตัวบ่งชี้ของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอมกลุ่มแฮบโตไฟต์ (Haptophytes หรือ Prymnesiophytes) และกลุ่มสาหร่ายสีน้ำตาลแกมทอง (Chrysophytes) สอดคล้องกับการพบไดอะตอมเป็นกลุ่มเด่นในชุมชนแพลงก์ตอนพืชขนาดไมโครแพลงก์ตอนในช่วงเวลาที่ศึกษา ในขณะที่รงควัตถุชนิด chlorophyll b ที่พบเป็นตัวบ่งชี้ของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มสาหร่ายสีเขียว (Chlorophytes) กลุ่มยูกลีนอยด์ (Euglenophytes) และกลุ่ม Prasinophytes ปริมาณรงควัตถุทั้งสองชนิดมีค่าสูงในตัวอย่างของแพลงก์ตอนพืชขนาดนาโนแพลงก์ตอนและพิโคแพลงก์ตอน ปริมาณของรงควัตถุทุกชนิดที่พบในน้ำทะเลมีการกระจายในบริเวณใกล้ฝั่งตั้งแต่ชายฝั่งทะเลบางพระ-อ่าวอุดม-แหลมฉบังมากกว่าบริเวณร่องน้ำระหว่างชายฝั่งกับเกาะสีชังและบริเวณทะเลด้านตะวันตกของเกาะสีชัง สอดคล้องกับปริมาณของ chlorophyll a ที่วิเคราะห์ด้วยเทคนิคทาง fluorometry ปริมาณของรงควัตถุหลายชนิดที่พบในบริเวณชายฝั่งศรีราชา-สีชังมีความสัมพันธ์กับปริมาณสารอาหารอนินทรีย์ไนโตรเจนในรูปของแอมโมเนียและสารอาหารอนินทรีย์ฟอสฟอรัสในรูปของฟอสเฟตแต่ไม่แสดงความสัมพันธ์อย่างเด่นชัดกับความหนาแน่นของแพลงก์ตอนพืช ส่วนการศึกษาปริมาณของรงควัตถุในตะกอนดินนั้นพบเพียงลักษณะของสารประกอบเชิงซ้อนหรือสารสีที่ไม่สามารถแบ่งแยกรูปแบบที่ซับซ้อนได้ (unresolved complex mixture, UCM) ที่ยังไม่สามารถจำแนกชนิดของรงควัตถุซึ่งอาจเป็นผลมาจากการรบกวนของสารอินทรีย์ที่สะสมในดินตะกอนของอ่าวไทยตอนบน ดังนั้นการใช้ปริมาณรงควัตถุในดินตะกอนเพื่อเป็นดัชนีของปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีที่เกิดขึ้นในอดีตจึงต้องมีการวิจัยและพัฒนาในเรื่องของวิธีการวิเคราะห์ปริมาณรงควัตถุในดินตะกอนต่อไป ในขณะที่การใช้ปริมาณรงควัตถุในน้ำทะเลเพื่อดัชนีของชุมชนแพลงก์ตอนพืชและการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีเป็นวิธีการที่มีศักยภาพสูงกว่าในปัจจุบัน |
โครงการที่3 ( sichang posted on มีนาคม 22nd, 2014 )

